top of page

ทำไมคนรายได้สูงบางคน ออมเงินไม่ได้?

  • 3 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

เมื่อค่าใช้จ่ายผูกกับตัวตน และชีวิตกลายเป็นการแข่งขันทางสังคม

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในชีวิตจริงคือคนที่มีรายได้สูงมากแต่กลับไม่มีเงินออมหรือออมเงินไม่อยู่ ขณะที่บางคนรายได้ปานกลางกลับมีเงินเก็บสม่ำเสมอและมีความมั่นคงทางการเงินมากกว่า คำอธิบายเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความรู้ทางการเงิน หรือวินัยเพียงอย่างเดียวแต่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลึกกว่านั้น คือ “ตัวตน อีโก้ และการแข่งขันทางสังคม” ที่ค่อย ๆ แทรกเข้ามาในชีวิตโดยไม่รู้ตัว

 

ค่าใช้จ่ายไม่ได้เพิ่มเพราะความจำเป็น แต่เพิ่มเพราะตัวตน

เมื่อรายได้สูงขึ้นค่าใช้จ่ายของหลายคนไม่ได้เพิ่มขึ้นเพราะต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่เพิ่มขึ้นเพราะค่าใช้จ่ายเริ่มถูกใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนตัวตน รถ บ้าน ที่อยู่อาศัย เสื้อผ้า ร้านอาหารหรือแม้แต่วิธีการใช้ชีวิตล้วนถูกเลือกเพื่อบอกบางอย่างกับคนรอบข้างว่า “เราเป็นใคร” หรือ “เรามาอยู่ในระดับนี้แล้ว” ในจุดนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้ทำหน้าที่ตอบโจทย์ชีวิต แต่ทำหน้าที่รักษาภาพลักษณ์และเมื่อค่าใช้จ่ายผูกกับตัวตน เงินออมจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกเบียดออกไปก่อนเสมอ

 

รายได้ยิ่งสูง ยิ่งถอยหลังไม่ได้

อีกกับดักหนึ่งของคนรายได้สูงคือความรู้สึกว่า “ถอยไม่ได้” เมื่อไลฟ์สไตล์ถูกอัปเกรดไปแล้ว การลดค่าใช้จ่ายกลับรู้สึกยากกว่าการเพิ่มรายได้เสียอีก เพราะมันถูกตีความว่าเป็นการลดระดับชีวิตหรือสูญเสียสถานะบางอย่าง ในความเป็นจริงการใช้ชีวิตให้เรียบง่ายลงอาจเป็นการตัดสินใจที่ดีทางการเงิน แต่ในเชิงจิตใจมันถูกตีความว่าเป็นความล้มเหลว นี่คือเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนมากเลือกเหนื่อยเพิ่ม หาเงินเพิ่มแต่ไม่เลือกปรับไลฟ์สไตล์


การแข่งขันทางสังคมโดยไม่รู้ตัว

การแข่งขันทางสังคมไม่ได้เกิดจากความอยากเอาชนะเสมอไป บ่อยครั้งมันเกิดจากการไม่อยาก “ดูด้อยกว่า” โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนร่วมอาชีพหรือกลุ่มสังคมที่รายได้ใกล้เคียงกัน เมื่อคนรอบข้างขยับมาตรฐานชีวิต เราก็รู้สึกว่าควรขยับตามแม้จะไม่ได้ต้องการจริง ๆ ก็ตาม การแข่งแบบนี้ไม่มีเส้นชัย เพราะมาตรฐานของสังคมจะขยับขึ้นเรื่อย ๆ และเงินออมจะถูกเลื่อนออกไปเป็นเรื่องของ “เดี๋ยวค่อยออม”

 

ทำไมคนรายได้สูงถึงออมเงินยากกว่าที่คิด

ในเชิงสมการคนรายได้สูงมักมี “พื้นที่ให้ใช้เงิน” มากขึ้นแต่ก็มี “แรงกดดันให้ใช้เงิน” มากขึ้นเช่นกัน ค่าใช้จ่ายไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความจำเป็นแต่ถูกขยายด้วยความคาดหวัง ยิ่งรายได้สูง ความผิดพลาดเล็ก ๆ ในการใช้จ่ายยิ่งมีมูลค่าสูงและยิ่งยากที่จะเห็นปัญหาเพราะชีวิตยังดูดีจากภายนอกแม้เงินออมจะไม่เพิ่มเลยก็ตาม

 

เงินออมต้องการความกล้าที่จะไม่พิสูจน์ตัวเอง

จากการสังเกตคนที่ออมเงินได้ดีในระยะยาว มักมีคุณสมบัติหนึ่งที่เหมือนกันคือ "ความกล้าที่จะไม่ต้องพิสูจน์อะไรกับใครตลอดเวลา" พวกเขาอาจไม่ใช้ชีวิตหรูที่สุด ไม่อัปเกรดทุกอย่างตามรายได้และไม่รู้สึกว่าต้องตอบคำถามของสังคมผ่านการใช้เงิน ความกล้านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะมันขัดกับแรงดึงดูดของสังคมในหลายระดับ

 

มุมพุทธ: ความอยากที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน

ในทางพุทธศาสนา ความทุกข์จำนวนมากเกิดจากตัณหาหรือความอยากที่ไม่รู้จบ คนรายได้สูงไม่ได้มีความอยากมากกว่าคนอื่นเสมอไปแต่มี “โอกาสในการสนองความอยาก” มากกว่า หากไม่รู้เท่าทัน ความอยากจะค่อย ๆ กลายเป็นมาตรฐานชีวิตและเมื่อมาตรฐานสูงขึ้น ความพอใจจะลดลงเงินออมก็จะถูกเบียดออกไปอย่างเงียบ ๆ

 

สรุป: รายได้สูงไม่การันตีเงินออม

รายได้สูงเป็นข้อได้เปรียบแต่ไม่ใช่หลักประกันของความมั่นคงทางการเงิน เงินออมไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าหาเงินได้มากแค่ไหนแต่อยู่ที่ว่า เราเลือกใช้เงินเพื่ออะไร? และกำลังใช้เงินเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตหรือหล่อเลี้ยงตัวตน เมื่อค่าใช้จ่ายถูกแยกออกจากการพิสูจน์ตัวเอง และการแข่งขันทางสังคม เงินออมจะกลับมาเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และชีวิตจะเบาขึ้นอย่างที่หลายคนไม่เคยคาดคิด


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น

 
 
bottom of page