top of page

ข้อมูลที่ต้องเตรียมในการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน (TAS 19): หัวใจสำคัญของงานคณิตศาสตร์ประกันภัย

  • 8 ส.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 21 ม.ค.


การคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชี TAS 19 เป็นงานที่อยู่บนรอยต่อระหว่างบัญชี การเงิน และ คณิตศาสตร์ประกันภัย อย่างแท้จริง ตัวเลขที่ปรากฏในงบการเงินไม่ได้เกิดจากสูตรลอยๆ หากแต่ตั้งอยู่บนฐานของ “ข้อมูลพนักงาน” ที่ต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ


ในทางปฏิบัติ สิ่งแรกที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยให้ความสำคัญมากที่สุด ไม่ใช่สูตร ไม่ใช่สมมติฐาน แต่คือ การเตรียมข้อมูลของพนักงานสำหรับการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นชุดของฐานข้อมูลเฉพาะที่จะถูกนำไปใช้เป็นฐานในการคำนวณ หากฐานผิด การคำนวณทั้งหมดก็ย่อมผิดตามไปด้วย


นักคณิตศาตร์ประกันภัยจะแบ่งข้อมูลพนักงานออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อ 2 วัตถุประสงค์หลัก

โดยหลักการทางคณิตศาสตร์ประกันภัย ข้อมูลพนักงานที่ใช้ในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีบทบาทและหน้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน


  1. ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์สถิติ (Experience Data)

ข้อมูลกลุ่มแรก คือข้อมูลที่นำมาใช้เพื่อ วิเคราะห์พฤติกรรมของพนักงานในอดีต โดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัยจะต้องจับคู่ข้อมูลเป็นรายบุคคลเพื่อมาจับคู่ดูว่าพนักงานในแต่ละช่วงอายุมีพฤติกรรมการลาออกอย่างไร หรือพนักงานแต่ละคนมีประวัติการปรับเงินเดือนเพื่อนำมาหาค่าเฉลี่ยในระยะยาวอย่างไร


ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกนำมาใช้แบบรายบุคคลโดยตรง แต่จะถูกนำมาหาค่าเฉลี่ยในเชิงกลุ่ม (group average) จากนั้นจึงวิเคราะห์หา pattern ของข้อมูล เพื่อแปลงออกมาเป็นสถิติ และสุดท้ายจึงนำไปตั้งเป็น สมมติฐานทางคณิตศาสตร์ประกันภัย เช่น อัตราการลาออก (turnover rate) หรืออัตราการปรับขึ้นเงินเดือน (salary increase rate) เป็นต้น


  1. ข้อมูล ณ วันที่ประเมิน (Valuation Date Data)

ข้อมูลกลุ่มที่สอง คือข้อมูลพนักงาน ณ วันประเมินมูลค่า ซึ่งถือเป็นฐานหลักในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม มาตรฐานการบัญชีไทย ฉบับที่ 19 (TAS 19)


ข้อมูลในส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อ ประมาณการอนาคตของพนักงานแต่ละคนเป็นรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนในอนาคต หรือสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อเกษียณหรือออกจากงาน


ดังนั้น ข้อมูลกลุ่มนี้ จะผิดพลาดไม่ได้เลย เพราะหากข้อมูลตั้งต้นคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย การประมาณการไปข้างหน้าทั้งหมดก็จะผิดเพี้ยนตามไปด้วย เปรียบเสมือนการสร้างอาคารบนฐานรากที่เอียง แม้โครงสร้างด้านบนจะแข็งแรงเพียงใด ผลลัพธ์สุดท้ายก็ย่อมบิดเบี้ยว


การตรวจสอบข้อมูล: กระบวนการสำคัญของงานคณิตศาสตร์ประกันภัย

ทางทีมงาน ABS และ อาจารย์ทอมมี่ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้มาก เพราะจุดที่สำคัญคือ นักคณิตศาสตร์ประกันภัยต้อง “ดูข้อมูลให้ออก” ว่าข้อมูลใดสะท้อนพฤติกรรมจริง และข้อมูลใดเป็น outlier ที่ไม่ควรนำมาใช้ เพราะสมมติฐานที่ตั้งจากข้อมูลผิด ย่อมทำให้ผลการคำนวณคลาดเคลื่อนเป็นลูกโซ่ไปในระยะยาว


ด้วยเหตุนี้ กระบวนการตรวจสอบข้อมูล (data checking & validation) จึงเป็นหัวใจสำคัญของงานคณิตศาสตร์ประกันภัย เปรียบได้กับ “กระดุมเม็ดแรก” หากติดผิด เม็ดต่อไปก็จะผิดทั้งหมด


ในความเป็นจริง แทบไม่มีบริษัทใดที่สามารถส่งข้อมูลที่สมบูรณ์และถูกต้องได้ตั้งแต่ครั้งแรก นักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่มีประสบการณ์จะรู้ทันทีว่า

  • จุดไหนเป็นความผิดพลาดที่ยอมรับได้

  • จุดไหนเป็นความผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์อย่างมีนัยสำคัญ

  • หากข้อมูลบางรายการผิด จะกระทบตัวเลขในงบการเงินในทิศทางใด


ความสามารถในการ “อ่านข้อมูลออก” เหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากสูตร แต่เกิดจาก ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมการ จัดจ้างการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ควรเลือกทีมงานที่มีนักคณิตศาสตร์ประกันภัยโดยตรง ไม่ใช่เพียงผู้คำนวณตามแบบฟอร์ม


เมื่อข้อมูลได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบ กระบวนการทำงานทั้งหมดจะราบรื่นขึ้น บริษัทสามารถปิดงบได้เร็วขึ้น และผู้สอบบัญชีก็สามารถทำงานได้ง่ายขึ้น พร้อมมีความมั่นใจในตัวเลขที่ปรากฏในงบการเงิน

 

ข้อมูลหลัก 5 ส่วนที่จำเป็นต่อการคำนวณ TAS 19

ในการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานบัญชี TAS 19 จำเป็นต้องมีข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 5 ชนิด ซึ่งหากขาดชนิดใดชนิดหนึ่งไป จะไม่สามารถคำนวณได้อย่างถูกต้อง ได้แก่

  1. ค่าจ้างพนักงาน

  2. วันเกิด

  3. วันเริ่มงาน

  4. เพศของพนักงาน

  5. อายุเกษียณ


แม้ในทางปฏิบัติอาจต้องมีข้อมูลอื่นประกอบเพิ่มเติม แต่ข้อมูลทั้ง 5 ชนิดนี้ถือเป็น “ข้อมูลแกนกลาง” ของการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน และต้องมีความถูกต้องครบถ้วนเป็นอย่างยิ่ง


มากกว่าข้อมูล คือความเข้าใจตัวตนขององค์กร

อย่างไรก็ตาม การตั้งสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ดี ไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลดิบ แต่ต้องอาศัย ความเข้าใจในตัวตนของบริษัทที่จัดจ้างการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ด้วย


นักคณิตศาสตร์ประกันภัยจึงควรมีการพูดคุยกับฝ่ายบริหารหรือ HR เพื่อเข้าใจโครงสร้างองค์กร นโยบายบุคลากร และแนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้การประมาณการพนักงานในอนาคตสะท้อนความเป็นจริงในภาพรวม


ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เพียงทำให้งบการเงินสมเหตุสมผลในมุมของผู้บริหารและผู้สอบบัญชีเท่านั้น แต่ยังสร้างความเป็นธรรมให้กับพนักงานทุกคน ซึ่งเป็นหัวใจของการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามเจตนารมณ์ของ TAS 19 อย่างแท้จริง

 

เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น

 
 
bottom of page