top of page

นิยามความสำเร็จของตัวเอง โดยไม่ใช้สายตาคนอื่นเป็นตัววัด

6 ต.ค.
ยาว 1 นาที

เมื่อพลังใจและความยืดหยุ่นในชีวิต สำคัญกว่าคำจำกัดความของใครก็ตาม ซึ่งในสังคมที่เต็มไปด้วยตัวชี้วัดจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง รายได้ หรือการยอมรับ การวัดความสำเร็จโดยไม่ใช้สายตาคนอื่น อาจฟังดูเป็นเรื่องยาก หรือดูสวนกระแส แต่ในความเป็นจริงคนที่สามารถยืนอยู่กับมาตรฐานของตัวเองได้ มักเป็นคนที่ไปได้ไกลกว่า และอยู่ในเส้นทางของตัวเองได้นานกว่า บทความนี้ไม่ได้บอกว่า การวัดความสำเร็จจากภายนอกผิด แต่ชวนมองว่า “การมีมาตรวัดจากภายใน คือทักษะชีวิตที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในระยะยาว”


ความสำเร็จที่ยั่งยืน ต้องพึ่งพลังใจมากกว่าคำชม 

ในโลกของการทำงานและชีวิตจริง คนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว มักไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด หรือได้คำชมมากที่สุด แต่เป็นคนที่ resilient หรือคือคนที่สามารถล้มแล้วลุกได้ ฟื้นตัวได้ และกลับมาเดินต่อโดยไม่หมดแรงใจ ความ resilient นี้ ไม่ได้เกิดจากคำชมของคนอื่นเสมอไป แต่มาจากความสามารถในการประเมินตัวเองอย่างเป็นธรรม และยอมรับทั้งความก้าวหน้าและข้อจำกัดของตัวเอง


มุมมองแบบคณิตศาสตร์ประกันภัย: การกำหนดขอบเขตความสำเร็จของตัวเอง

ในงานคณิตศาสตร์ประกันภัย เราไม่คาดหวังผลลัพธ์เกินกว่าข้อจำกัดของโมเดล เรารู้ว่าโมเดลแต่ละแบบมีสมมติฐาน (assumption) ที่ใช้ได้ และมีช่วงที่เสี่ยง ชีวิตก็เช่นกัน คนที่รู้ว่าตัวเองมีศักยภาพได้มากน้อยแค่ไหน จะตั้งเป้าหมายได้เหมาะสมกว่า และมีโอกาสสำเร็จมากกว่า เพราะไม่ได้เผลอไปตั้ง benchmark (เกณฑ์มาตรฐาน) จากชีวิตของคนอื่นที่มีต้นทุนและบริบทต่างกัน นี่ไม่ใช่การลดเป้าหมาย แต่คือการตั้งเป้าหมายที่ “เป็นไปได้จริง” และไม่ทำลายใจระหว่างทาง


ความสำเร็จเล็ก ๆ สำคัญกว่าที่คิด

หนึ่งในทักษะที่สำคัญมากแต่ไม่ค่อยมีใครสอน คือการให้รางวัลกับตัวเองในระหว่างทาง ไม่ใช่รอจนกว่าจะสำเร็จขั้นใหญ่ขั้นเดียว ความสำเร็จเล็ก ๆ ยกตัวอย่างเช่น

  • ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้ในวันนั้น

  • ไม่ยอมแพ้ ทั้งที่เหนื่อย

  • กล้าพัก เมื่อรู้ว่าร่างกายต้องการ

สิ่งเหล่านี้อาจไม่ถูกมองว่าเป็น “ความสำเร็จ” ในสายตาคนอื่น แต่ในสายตาของใจเรามันคือพลังที่ช่วยให้ไปต่อได้


การให้รางวัลตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป

การให้รางวัลกับตัวเอง ไม่ได้แปลว่าต้องใช้เงินเยอะ หรือซื้อของแพงเสมอไป บางครั้งรางวัลอาจเป็นเพียง

  • การพูดกับตัวเองเบา ๆ ว่า “ทำได้ดีแล้ว”

  • การให้เวลาพักผ่อนมากขึ้น

  • การยอมปล่อยบางอย่างที่ไม่จำเป็น

รางวัลเหล่านี้อาจไม่สร้างภาพลักษณ์ แต่สร้างความมั่นคงทางใจในระยะยาว


การฝึกยอมรับและภูมิใจในตัวเอง

หลายคนคุ้นเคยกับการรอคำชมจากคนอื่น แต่ไม่คุ้นเคยกับการยอมรับตัวเองอย่างจริงใจ การฝึกภูมิใจกับตัวเอง ไม่ใช่การหลงตัวเอง แต่คือการมองเห็นความพยายามของตัวเองโดยไม่ต้องมีพยาน คนที่ทำได้จะไม่หมดแรงง่าย เพราะพลังใจไม่ได้ขึ้นกับเสียงจากภายนอกเพียงอย่างเดียว


ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่ความต่อเนื่อง

ในระยะยาว ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของการขึ้นไปสูงที่สุดในช่วงสั้น ๆ แต่คือการอยู่ในเส้นทางได้นานพอ โดยไม่หมดแรง ไม่หลงทาง และไม่เกลียดชีวิตตัวเอง การวัดความสำเร็จแบบนี้ อาจดูเงียบ แต่ให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่า และเหมาะกับชีวิตจริงมากกว่า


สรุป: เมื่อเลิกใช้สายตาคนอื่นเป็นตัววัด ใจจะเป็นอิสระมากขึ้น

การวัดความสำเร็จแบบไม่ใช้สายตาคนอื่น ไม่ได้ทำให้เราด้อยกว่าใคร แต่ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าความสำเร็จของเรามีหน้าตาแบบไหน คนที่ resilient หรือคนที่สามารถล้มแล้วลุกได้ ฟื้นตัวได้ และกลับมาเดินต่อโดยไม่หมดแรงใจ และสามารถเพิ่มพลังใจของตัวเองได้ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในแบบของตัวเองมากกว่า เพราะไม่ต้องรอการยืนยันจากภายนอกตลอดเวลา และในโลกที่เสียงรอบข้างดังขึ้นเรื่อย ๆ การมีมาตรวัดความสำเร็จจากภายใน อาจเป็นหนึ่งในทักษะชีวิตที่มีค่าที่สุด


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น


 
 
bottom of page