ลงทุนยังไงให้ไม่เครียด? การออกแบบพอร์ตให้เหมาะกับใจ
- 20 มี.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 1 วันที่ผ่านมา

การลงทุนแบบนักคณิตศาสตร์ประกันภัยไม่ได้เริ่มจากผลตอบแทน แต่เริ่มจากการยอมรับความไม่แน่นอน บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่าวิธีลงทุนแบบไหน “ถูก” หรือ “ดีที่สุด” และไม่ได้หมายความว่าผู้เขียนทำได้สมบูรณ์แบบตลอดเวลา
เช่นกัน แต่มันเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวของคนที่ทำงานกับความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และสมการความน่าจะเป็นมาอย่างยาวนาน และพยายามนำกรอบคิดเดียวกันมาใช้กับชีวิตและการลงทุนของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้ว การลงทุนไม่ใช่การสอบแข่งขัน และไม่ใช่การวิ่งแข่งกับใคร แต่คือการเดินทางระยะยาวที่เราต้องอยู่กับมันไปนานมากกว่าที่คิด
การลงทุนคือมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งแข่งรอบสนาม
การลงทุนระยะยาวเปรียบเหมือนการวิ่งมาราธอน แต่ละคนมีเส้นทาง มีจังหวะ และมีร่างกายไม่เหมือนกัน บางคนวิ่งเร็ว บางคนวิ่งเหยาะ บางคนต้องพักเป็นระยะ ไม่มีแบบไหนผิด ไม่มีแบบไหนถูก ตราบใดที่เรายังไปต่อได้จนถึงเส้นชัยของชีวิต
ตัวเอง ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราเอาเส้นทางของคนอื่นมาเป็นมาตรฐานของตัวเอง และพยายามเร่งจังหวะให้เร็วเกินกว่า
ที่ “ใจ” จะรับไหว
นักลงทุนแบบนักคณิตศาสตร์ประกันภัยคิดอะไรเป็นอันดับแรก
ในงานคณิตศาสตร์ประกันภัยเราไม่เริ่มจากคำถามว่า “จะได้กำไรเท่าไหร่” แต่เริ่มจากคำถามว่า
ถ้าเหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่คิด เราจะรับมือได้แค่ไหน
ระบบจะยังไม่พังหรือไม่
เราจะยังอยู่ในเกมได้หรือไม่
เมื่อนำมาสู่การลงทุน จะได้แนวคิดสำคัญสองอย่าง ดังนี้
Accept uncertainty ยอมรับตั้งแต่ต้นว่าเราไม่รู้อนาคต ตลาดจะผันผวน เศรษฐกิจจะเปลี่ยน และแผนการลงทุนจะไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ทั้งหมด การยอมรับความไม่แน่นอน ทำให้เราไม่ต้องตกใจทุกครั้งที่ตลาดไม่เป็นใจ
Manage downside ก่อน upside แทนที่จะถามว่าจะได้กำไรสูงสุดเท่าไหร่ เราถามก่อนว่า “ถ้าขาดทุน เราขาดทุนได้แค่ไหน โดยไม่กระทบชีวิตและใจ” เพราะ upside ไม่มีประโยชน์ หาก downside ทำให้เราหลุดออกจากเกม
พอร์ตที่ดี ไม่ใช่พอร์ตที่เก่ง แต่คือพอร์ตที่อยู่กับมันได้
ในมุมมองส่วนตัวผมเชื่อว่าพอร์ตการลงทุนที่ดี ไม่ใช่พอร์ตที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในเชิงทฤษฎี แต่คือพอร์ตที่เราสามารถอยู่กับมันได้จริงในวันที่ตลาดผันผวนหนักถ้าเรานอนไม่หลับเพราะกังวลกับพอร์ตของตัวเอง นั่นไม่ใช่สัญญาณว่าเราขาดความรู้ แต่เป็นสัญญาณว่าพอร์ตนั้นไม่สอดคล้องกับ “ใจ” ของเรา และในระยะยาวพอร์ตที่เป็นภาระทางใจ มักจบลงด้วยการตัดสินใจผิดพลาด ไม่ว่าจะขายผิดจังหวะ หยุดลงทุน หรือเปลี่ยนกลยุทธ์ไปมา
สมการการลงทุนที่ต้องใส่ใจเข้าไป
ในเชิงคณิตศาสตร์ เรามักคิดถึงผลตอบแทน ความเสี่ยง และความน่าจะเป็น แต่ในชีวิตจริงยังมีตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งที่มักถูกละเลย คือ ความน่าจะเป็นที่เราจะทนอยู่กับแผนนั้นได้จริง หากจะเขียนเป็นกรอบคิดแบบไม่เป็นทางการ อาจมองได้ว่า
ผลลัพธ์การลงทุนระยะยาว = ผลตอบแทน × ความต่อเนื่อง × Probability ที่ใจยังรับไหว |
แม้ผลตอบแทนจะดีแค่ไหน แต่ถ้า Probability ทางด้านจิตใจต่ำ คือมีโอกาสสูงที่เราจะทนไม่ไหว ผลลัพธ์จริงในระยะยาวก็มักจะออกมาแย่กว่าที่คิด
การลงทุนที่ไม่เป็นภาระทางใจ เปิดพื้นที่ให้ชีวิตด้านอื่น
สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดคือเมื่อการลงทุนไม่กลายเป็นภาระทางใจ เราจะมีพลังไปทำเรื่องอื่นได้ดีขึ้น งาน ครอบครัว สุขภาพ และความสัมพันธ์ จะไม่ถูกดูดพลังไปกับความกังวลเรื่องพอร์ต ในทางกลับกัน หากพอร์ตลงทุนกลายเป็นแหล่งความเครียด มันจะกัดกินพลังชีวิตโดยไม่รู้ตัว แม้ผลตอบแทนจะดูดีบนกระดาษก็ตาม “ไม่ต้องวิ่งเร็วเท่าคนอื่น แต่ต้องวิ่งในจังหวะของตัวเอง” การลงทุนระยะยาวไม่ใช่การแข่งขันว่าใครรวยก่อน แต่เป็นการดูว่าใครสามารถรักษาสมดุลระหว่างเงิน กับใจได้ดีกว่ากัน บางช่วงอาจวิ่งเร็ว บางช่วงอาจวิ่งเหยาะ บางช่วงอาจต้องหยุดพัก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่ออกแบบมาให้เหมาะกับชีวิตของเราเอง
สรุป: พอร์ตที่คุ้มค่า คือพอร์ตที่คุ้มกับใจ
การลงทุนในมุมของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยไม่ได้มองแค่ตัวเลขผลตอบแทน แต่รวมถึงความน่าจะเป็นที่เราจะอยู่กับมันได้จริงจนถึงระยะยาว การ Accept uncertainty และ Manage downside ก่อน upside ไม่ได้ทำให้รวยช้าลง แต่ช่วยลดโอกาสที่จะหลุดออกจากเกม และเปิดทางให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานได้อย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วสมการการลงทุนที่ยั่งยืน ต้องใส่ “ใจ” เข้าไปในสมการด้วย เพราะพอร์ตที่ดีไม่ใช่พอร์ตที่ชนะตลาด แต่คือพอร์ตที่ทำให้เรานอนหลับได้ดี และใช้ชีวิตได้อย่างไม่เครียดตลอดเส้นทางการลงทุน
เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)
FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)
อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19
ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น
