top of page

อนิจจังกับการเงิน: ทำไมเข้าใจเรื่องนี้แล้วใจเบาขึ้น

  • 6 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา


ทำไมเราไม่ควรตัดสินใจแรงในวันที่อารมณ์แกว่ง ในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว มีหลายช่วงเวลาที่การเงินไม่ได้เคลื่อนไหวเป็นเส้นตรง บางช่วงรายได้ดี บางช่วงสะดุด บางช่วงรู้สึกมั่นใจ บางช่วงก็รู้สึกไม่แน่ใจ สิ่งที่น่าสนใจคือ ความทุกข์จากการเงินในหลายครั้ง ไม่ได้เกิดจากตัวเลขโดยตรง แต่เกิดจาก “ความคาดหวัง” ที่เราเอาไปผูกกับตัวเลขเหล่านั้น แนวคิดหนึ่งในพุทธศาสนาที่ผมพบว่าใช้ได้ดีกับชีวิตการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่ออายุมากขึ้น คือคำว่า “อนิจจัง” ทุกสิ่งไม่เที่ยง รวมถึงสถานะทางการเงิน ความสำเร็จ ความล้มเหลว และความรู้สึกของเราเอง การเข้าใจเรื่องนี้ ไม่ได้ทำให้เราเฉยชา หรือไม่รับผิดชอบ แต่กลับทำให้ใจเบาขึ้นอย่างประหลาด

 

การเงินไม่ได้มีแค่เงินสดในบัญชี

เมื่อพูดถึงการเงิน เรามักนึกถึงสิ่งที่จับต้องได้ เช่น เงินสด รายได้ สินทรัพย์ หรือการลงทุน แต่ในชีวิตจริง ยังมี “การเงินอีกแบบหนึ่ง” ที่จับต้องไม่ได้ แต่มีผลกับชีวิตอย่างมาก นั่นคือความสัมพันธ์ ความเชื่อใจ และชื่อเสียง ซึ่งบางคนเรียกรวม ๆ ว่า relationship capital ซึ่ง relationship capital ไม่ได้แสดงอยู่ในงบการเงินวันนี้ และอาจไม่สามารถตีราคาเป็นตัวเงินได้ชัดเจน แต่ในระยะยาว มันมีพลังไม่แพ้สินทรัพย์ทางการเงินหลายประเภท ความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้ใจจากคนรอบข้าง และความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมา ล้วนเป็นทรัพยากรที่ช่วยพยุงชีวิตในวันที่ตัวเลขไม่สวยงาม หลายครั้งที่โอกาสใหม่ ๆ ไม่ได้มาจากเงินทุน แต่มาจากคนที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน

 

อนิจจัง: ตัวแปรที่มักถูกลืมในสมการการเงิน

ปัญหาของความทุกข์ทางการเงินจำนวนมาก เกิดจากการเผลอคิดว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะคงอยู่ตลอดไป เมื่อรายได้ดี เราเผลอคาดหวังว่ามันจะดีแบบนี้เสมอ เมื่อรายได้ตก เราก็เผลอคิดว่ามันจะไม่ดีไปอีกนาน ทั้งสองอย่างนี้เป็นการลืมตัวแปรสำคัญที่สุดของชีวิต นั่นคือ ความไม่เที่ยง การเตือนตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ไม่ใช่การปลอบใจตัวเองแบบเลี่ยงปัญหา แต่เป็นการใส่ตัวแปรอนิจจังกลับเข้าไปในสมการชีวิต ทำให้เรามองสถานการณ์อย่างสมดุลขึ้น

 

ไม่ตัดสินใจแรงในวันที่อารมณ์แกว่ง

หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ผมได้จากการทำงานกับตัวเลขและชีวิตจริง คือ การตัดสินใจทางการเงินที่แย่ที่สุด มักเกิดขึ้นในวันที่อารมณ์แกว่งที่สุด

  • วันที่รู้สึกกลัว เราอาจขายทุกอย่างทิ้ง

  • วันที่รู้สึกมั่นใจเกินไป เราอาจเสี่ยงเกินจำเป็น

  • วันที่รู้สึกผิดหวัง เราอาจตัดสินใจเลิกบางอย่างเร็วเกินไป

การเข้าใจอนิจจังช่วยให้เราชะลอการตัดสินใจในวันที่อารมณ์พาไป เมื่อรู้ว่าสภาวะอารมณ์ก็ไม่เที่ยงเหมือนกัน เราจะไม่รีบตัดสินใจแรง ๆ กับเรื่องที่มีผลระยะยาว

 

relationship capital กับการเงินในวันที่ไม่ดี

ในวันที่การเงินไม่เป็นใจ สิ่งที่ช่วยพยุงชีวิตได้ดีมาก มักไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี แต่คือความสัมพันธ์ที่เราสร้างไว้ก่อนหน้านั้น ความเข้าใจจากครอบครัว ความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมงาน หรือเครือข่ายวิชาชีพที่เคยร่วมงานกันด้วยความจริงใจ สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้แปลงเป็นเงินสดทันที แต่ช่วยลดแรงกดดัน ลดความโดดเดี่ยว และเปิดทางเลือกใหม่ ๆ ให้ชีวิต ซึ่งในมุมหนึ่ง นี่คือ “สินทรัพย์ไม่มีตัวตน” ที่มีค่ามากในยามจำเป็น

 

มุมบัญชี: สินทรัพย์ไม่มีตัวตน กับชีวิตจริง

หากมองในเชิงมาตรฐานบัญชี สินทรัพย์ไม่มีตัวตนถูกนิยามและประเมินภายใต้กรอบที่ชัดเจน เช่น ต้องระบุได้ มีประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และสามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือ ซึ่งแน่นอนว่า relationship capital ในชีวิตจริง ไม่ได้เข้าเกณฑ์เหล่านั้นโดยตรง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีค่า เพียงแต่มันอยู่คนละมุมมองกับการบัญชี ในชีวิตจริง เราทุกคนต่างรู้ดีว่า ความสัมพันธ์ ความไว้ใจ และชื่อเสียง ส่งผลต่อโอกาสและคุณภาพชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ แม้มันจะไม่ปรากฏเป็นตัวเลขในงบการเงินก็ตาม

 

อนิจจังช่วยให้เราให้คุณค่ากับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเงินมากขึ้น

เมื่อเข้าใจว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เราจะเริ่มให้คุณค่ากับสิ่งที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินมากขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ที่ดี การทำงานอย่างซื่อสัตย์ และการไม่ตัดสินใจทำลายสิ่งเหล่านี้เพียงเพราะอารมณ์ชั่วคราวหรือความคาดหวังระยะสั้น ในหลายกรณี การรักษา relationship capital เอาไว้ อาจสำคัญกว่าการรักษาตัวเลขกำไรในระยะสั้นเสียอีก


สรุป: ใจเบาขึ้น เพราะรู้ว่าทุกอย่างไม่ถาวร

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมุมมองของคนคนหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลข สมการ และความไม่แน่นอนมานานพอสมควร สิ่งที่พบคือ เมื่อเข้าใจอนิจจังอย่างแท้จริง ใจจะเบาขึ้นโดยไม่ต้องพยายามมาก เราไม่จำเป็นต้องตัดสินใจแรงในวันที่อารมณ์แกว่ง ไม่จำเป็นต้องนิยามคุณค่าของตัวเองจากตัวเลขระยะสั้น และไม่จำเป็นต้องมองข้ามสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้แต่มีค่ามากในชีวิต


เขียนและเรียบเรียงโดย อาจารย์ทอมมี่ (พิเชฐ เจียรมณีทวีสิน)

FSA, FIA, FRM, FSAT, MBA, MScFE (Hons), B.Eng (Hons)

อดีตนายกสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทย และอาจารย์บรรยายด้านการคำนวณผลประโยชน์พนักงานด้วยหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ตามมาตรฐานบัญชี ฉบับที่ 19 TAS19 IAS19


ขอสงวนสิทธิ์ของเนื้อหาในบทความ ไม่ให้นำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ใด ๆ ในเชิงพาณิชย์ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากทางบริษัท ABS เท่านั้น

 
 
bottom of page